TaleLingoTaleLingo
ฟีเจอร์วิธีใช้งานราคาบทความ
กลับไปบทความ
เปรียบเทียบ

TOEIC vs TOEFL: ต่างกันอย่างไร เลือกสอบอันไหนดี?

TaleLingo Team10 มกราคม 2569อ่าน 6 นาที
TOEIC vs TOEFL: ต่างกันอย่างไร เลือกสอบอันไหนดี?

TOEIC vs TOEFL: ต่างกันอย่างไร เลือกสอบอันไหนดี?

หากคุณกำลังวางแผนสอบวัดระดับภาษาอังกฤษ คำถามยอดฮิตที่หลายคนสงสัยคือ "ควรสอบ TOEIC หรือ TOEFL ดี?" ทั้งสองการสอบนี้มาจากองค์กรเดียวกันคือ ETS (Educational Testing Service) แต่มีวัตถุประสงค์และรูปแบบที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง บทความนี้จะอธิบายความแตกต่างอย่างละเอียด พร้อมช่วยให้คุณตัดสินใจได้ว่าควรเลือกสอบอันไหน

สรุปสั้นๆ ก่อนอ่าน

  • TOEIC - เหมาะกับคนที่ต้องการใช้ภาษาอังกฤษในที่ทำงานและสมัครงานในบริษัท
  • TOEFL - เหมาะกับคนที่ต้องการเรียนต่อในมหาวิทยาลัยต่างประเทศ

TOEIC คืออะไร?

TOEIC ย่อมาจาก Test of English for International Communication คือการสอบวัดระดับความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษในบริบทการทำงานและธุรกิจระหว่างประเทศ พัฒนาขึ้นโดย ETS ในปี 1979 ตามความต้องการของกระทรวงการค้าระหว่างประเทศของญี่ปุ่น

จุดเด่นของ TOEIC

  • เน้นวัดความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษในสถานการณ์การทำงานจริง
  • เนื้อหาเกี่ยวกับการประชุม การเจรจาธุรกิจ การติดต่อสื่อสารในออฟฟิศ
  • เป็นที่นิยมอย่างมากในประเทศไทย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และฝรั่งเศส
  • มีผู้สอบมากกว่า 7 ล้านคนต่อปีทั่วโลก

โครงสร้างข้อสอบ TOEIC

ข้อสอบ TOEIC หลักที่นิยมสอบกันคือ TOEIC Listening and Reading ซึ่งประกอบด้วย:

Listening Section (45 นาที - 100 ข้อ)

  • Part 1: Photographs (6 ข้อ) - ดูรูปภาพและเลือกคำบรรยายที่ถูกต้อง
  • Part 2: Question-Response (25 ข้อ) - ฟังคำถามและเลือกคำตอบที่เหมาะสม
  • Part 3: Conversations (39 ข้อ) - ฟังบทสนทนาและตอบคำถาม
  • Part 4: Talks (30 ข้อ) - ฟังการพูดคนเดียวและตอบคำถาม

Reading Section (75 นาที - 100 ข้อ)

  • Part 5: Incomplete Sentences (30 ข้อ) - เติมคำในช่องว่าง
  • Part 6: Text Completion (16 ข้อ) - เติมคำในบทความ
  • Part 7: Reading Comprehension (54 ข้อ) - อ่านบทความและตอบคำถาม

ข้อดีของ TOEIC

เนื้อหาเป็นภาษาอังกฤษเชิงธุรกิจที่ใช้ในชีวิตจริง ไม่ซับซ้อนเท่าภาษาวิชาการ จึงเตรียมตัวได้ง่ายกว่า

นอกจากนี้ยังมี TOEIC Speaking and Writing ซึ่งวัดทักษะการพูดและเขียน แต่มักสอบแยกต่างหากตามความต้องการขององค์กร

TOEFL คืออะไร?

TOEFL ย่อมาจาก Test of English as a Foreign Language คือการสอบวัดความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษเชิงวิชาการ เพื่อยืนยันว่าผู้สอบสามารถเรียนในมหาวิทยาลัยที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อการเรียนการสอนได้ เปิดสอบครั้งแรกในปี 1964

จุดเด่นของ TOEFL

  • เน้นวัดทักษะภาษาอังกฤษเชิงวิชาการครบทั้ง 4 ด้าน (ฟัง พูด อ่าน เขียน)
  • เนื้อหาเกี่ยวกับชีวิตในมหาวิทยาลัย การบรรยาย งานวิจัย
  • เป็นที่ยอมรับของมหาวิทยาลัยกว่า 12,000 แห่งใน 160 ประเทศ
  • เป็นข้อสอบมาตรฐานสำหรับเรียนต่อในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา

โครงสร้างข้อสอบ TOEFL iBT

TOEFL iBT (Internet-based Test) เป็นรูปแบบที่นิยมสอบมากที่สุด ใช้เวลาสอบประมาณ 3 ชั่วโมง:

Reading Section (54-72 นาที)

  • อ่านบทความวิชาการ 3-4 บทความ
  • ตอบคำถาม 30-40 ข้อ
  • เนื้อหาครอบคลุมวิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์

Listening Section (41-57 นาที)

  • ฟังบทบรรยาย (lecture) และบทสนทนาในบริบทมหาวิทยาลัย
  • ตอบคำถาม 28-39 ข้อ
  • มีทั้งสำเนียงอเมริกัน อังกฤษ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์

Speaking Section (17 นาที)

  • ตอบคำถาม 4 ข้อ
  • มีทั้งแบบอิสระและแบบบูรณาการ (ฟัง+อ่าน แล้วพูด)
  • บันทึกเสียงและส่งให้ผู้ประเมินตรวจ

Writing Section (50 นาที)

  • เขียน 2 Task
  • Task 1: Integrated Writing (อ่าน+ฟัง แล้วสรุป)
  • Task 2: Independent Writing (เขียนเรียงความแสดงความคิดเห็น)

ความท้าทายของ TOEFL

ข้อสอบ TOEFL มีความยากกว่า TOEIC อย่างเห็นได้ชัด เพราะเนื้อหาเป็นภาษาวิชาการระดับมหาวิทยาลัย และต้องใช้ทักษะครบทั้ง 4 ด้าน

ตารางเปรียบเทียบ TOEIC vs TOEFL

FeatureTOEICTOEFL
วัตถุประสงค์หลักวัดทักษะสำหรับการทำงานวัดทักษะสำหรับการเรียนต่อ
ทักษะที่วัดListening & Reading (หลัก)Listening, Reading, Speaking, Writing
ระบบคะแนน10-990 คะแนน0-120 คะแนน
ระยะเวลาสอบ2 ชั่วโมง3 ชั่วโมง
ค่าสอบ (โดยประมาณ)1,900-2,500 บาท7,500-8,500 บาท
เนื้อหาภาษาอังกฤษธุรกิจภาษาอังกฤษวิชาการ
ความยากโดยรวมปานกลางยาก
ผลสอบหมดอายุ2 ปี2 ปี
ผลสอบออก3-4 สัปดาห์6-10 วัน

เปรียบเทียบคะแนน TOEIC, TOEFL และ CEFR

การเปรียบเทียบคะแนนระหว่าง TOEIC และ TOEFL สามารถใช้กรอบมาตรฐาน CEFR (Common European Framework of Reference for Languages) เป็นตัวเชื่อมได้ แม้ว่าการแปลงคะแนนโดยตรงอาจไม่แม่นยำ 100% เนื่องจากทั้งสองข้อสอบวัดคนละบริบท

เทียบคะแนน TOEIC, TOEFL และ CEFR

CEFRTOEICIELTSDescription
A1120-2200-18ผู้เริ่มต้น
A2225-54519-40พื้นฐาน
B1550-78041-64ระดับกลาง
B2785-94065-94ระดับกลาง-สูง
C1945-99095-113ระดับสูง
C2990114-120ระดับเชี่ยวชาญ

หมายเหตุเรื่องการเทียบคะแนน

ETS ระบุว่าคะแนน TOEIC และ TOEFL มีความสัมพันธ์กันในระดับ r = 0.75 หมายความว่าคนที่ทำคะแนนสูงในข้อสอบหนึ่ง มีแนวโน้มทำคะแนนสูงในอีกข้อสอบหนึ่งด้วย อย่างไรก็ตาม ไม่ควรใช้การแปลงคะแนนทดแทนกันโดยตรง

ความแตกต่างสำคัญระหว่าง TOEIC และ TOEFL

1. วัตถุประสงค์และการนำไปใช้

TOEIC ถูกออกแบบมาเพื่อวัดความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษในที่ทำงาน บริษัทต่างๆ ใช้คะแนน TOEIC เพื่อ:

  • คัดเลือกพนักงานใหม่
  • ประเมินความสามารถพนักงานปัจจุบัน
  • พิจารณาเลื่อนตำแหน่ง
  • กำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำสำหรับตำแหน่งต่างๆ

TOEFL ถูกออกแบบมาเพื่อวัดความพร้อมทางภาษาสำหรับการเรียนในระดับอุดมศึกษา มหาวิทยาลัยใช้คะแนน TOEFL เพื่อ:

  • คัดเลือกนักศึกษาต่างชาติ
  • กำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำสำหรับการรับเข้าเรียน
  • พิจารณาให้ทุนการศึกษา
  • จัดระดับคลาสเรียนภาษาอังกฤษ

2. รูปแบบข้อสอบ

TOEIC มุ่งเน้นทักษะการรับสาร (Receptive Skills) คือการฟังและอ่าน ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นในที่ทำงานส่วนใหญ่ เช่น การอ่านอีเมล การฟังการประชุม การอ่านรายงาน

TOEFL ครอบคลุมทักษะทั้ง 4 ด้าน (4 Skills) รวมถึงการพูดและเขียน เพราะนักศึกษาต้องทำงานกลุ่ม นำเสนอ เขียนรายงาน และตอบคำถามในชั้นเรียน

3. เนื้อหาและบริบท

TOEIC ใช้เนื้อหาจากสถานการณ์ในที่ทำงานจริง เช่น:

  • บทสนทนาในที่ประชุม
  • อีเมลธุรกิจ
  • โฆษณาและประกาศในบริษัท
  • การเดินทางและการจองโรงแรม
  • การบริการลูกค้า

TOEFL ใช้เนื้อหาเกี่ยวกับชีวิตในมหาวิทยาลัย เช่น:

  • บทบรรยายวิชาประวัติศาสตร์ ชีววิทยา ดาราศาสตร์
  • บทสนทนาระหว่างนักศึกษากับอาจารย์
  • การสนทนาเรื่องลงทะเบียนเรียน
  • บทความวิจัยทางวิชาการ

4. ระดับความยาก

ผู้สอบส่วนใหญ่เห็นพ้องต้องกันว่า TOEFL ยากกว่า TOEIC ด้วยเหตุผลหลายประการ:

  • ภาษาวิชาการซับซ้อนกว่าภาษาธุรกิจ
  • ต้องใช้ทักษะมากกว่า (รวมพูดและเขียน)
  • ใช้เวลาสอบนานกว่า
  • ต้องบูรณาการทักษะหลายด้านพร้อมกัน

5. ค่าใช้จ่าย

TOEIC Listening & Reading มีค่าสอบประมาณ 1,900-2,500 บาท ขึ้นอยู่กับศูนย์สอบ

TOEFL iBT มีค่าสอบประมาณ 7,500-8,500 บาท (ประมาณ $235 USD)

นอกจากนี้ TOEFL ยังมีค่าบริการเพิ่มเติม เช่น:

  • ค่าลงทะเบียนล่าช้า: $40
  • ค่าเลื่อนวันสอบ: $60
  • ค่าส่งคะแนนเพิ่มเติม: $25 ต่อสถาบัน

ใครควรสอบ TOEIC?

เลือก TOEIC ถ้าคุณ...

  • ต้องการสมัครงานในบริษัทที่กำหนดคะแนน TOEIC
  • ต้องการเลื่อนตำแหน่งหรือขอปรับเงินเดือน
  • ทำงานในสภาพแวดล้อมที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษ
  • ต้องการวัดความก้าวหน้าในการเรียนภาษาอังกฤษธุรกิจ

TOEIC เหมาะกับ:

  1. พนักงานบริษัท - หลายองค์กรใช้ TOEIC เป็นเกณฑ์คัดเลือกหรือเลื่อนตำแหน่ง
  2. นักศึกษาที่กำลังจะจบ - ใช้ประกอบการสมัครงาน
  3. ผู้ที่ต้องการวัดระดับภาษา - เพื่อรู้จุดแข็งจุดอ่อนของตัวเอง
  4. ผู้ที่ทำงานในบริษัทญี่ปุ่น เกาหลี - ประเทศเหล่านี้นิยมใช้ TOEIC มาก

คะแนน TOEIC ที่องค์กรต้องการ

ระดับคะแนนการใช้งาน
พื้นฐาน400-550เข้าใจภาษาอังกฤษในงานประจำวัน
ดี550-700สื่อสารได้ในสถานการณ์ทั่วไป
ดีมาก700-850ทำงานกับชาวต่างชาติได้คล่อง
เยี่ยม850+ใช้ภาษาอังกฤษได้ใกล้เคียง Native

ใครควรสอบ TOEFL?

เลือก TOEFL ถ้าคุณ...

  • ต้องการเรียนต่อมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ
  • กำลังสมัครทุนที่กำหนดคะแนน TOEFL
  • ต้องการทำงานในสถาบันการศึกษา
  • ต้องการพิสูจน์ทักษะภาษาอังกฤษครบ 4 ด้าน

TOEFL เหมาะกับ:

  1. ผู้ที่ต้องการเรียนต่อ - โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา แคนาดา และออสเตรเลีย
  2. ผู้สมัครทุนการศึกษา - ทุนส่วนใหญ่กำหนดคะแนน TOEFL
  3. นักวิชาการและนักวิจัย - ต้องใช้ภาษาอังกฤษเชิงวิชาการ
  4. ผู้ที่ต้องการวีซ่าบางประเภท - บางประเทศรับ TOEFL

คะแนน TOEFL ที่มหาวิทยาลัยต้องการ

ระดับคะแนนการใช้งาน
ขั้นต่ำ60-79สมัคร Community College
เฉลี่ย80-99สมัครปริญญาตรีทั่วไป
ดี100-109สมัครปริญญาโททั่วไป
ดีมาก110+สมัครมหาวิทยาลัยชั้นนำ, MBA, PhD

วิธีตัดสินใจเลือกสอบ

การเลือกระหว่าง TOEIC และ TOEFL ควรพิจารณาจากปัจจัยเหล่านี้:

1. ตรวจสอบความต้องการของเป้าหมาย

  • สมัครงาน → ดูว่าบริษัทกำหนดคะแนนอะไร (ส่วนใหญ่คือ TOEIC)
  • เรียนต่อ → ดูว่ามหาวิทยาลัยรับคะแนนอะไร (ส่วนใหญ่คือ TOEFL)
  • ทุนการศึกษา → ดูเงื่อนไขของทุน

2. ประเมินทักษะปัจจุบัน

  • หากคุณถนัดฟังและอ่าน แต่ยังไม่มั่นใจเรื่องพูดและเขียน → เริ่มจาก TOEIC
  • หากคุณมีทักษะครบทั้ง 4 ด้าน → สามารถสอบ TOEFL ได้

3. พิจารณางบประมาณ

  • TOEIC ถูกกว่ามาก สามารถสอบซ้ำได้หลายครั้งด้วยงบเท่ากัน
  • TOEFL แพงกว่า ควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนสอบ

4. คำนึงถึงเวลาที่มี

  • TOEIC เตรียมตัวง่ายกว่า ใช้เวลาน้อยกว่า
  • TOEFL ต้องใช้เวลาเตรียมตัวมากกว่า โดยเฉพาะทักษะพูดและเขียน

เคล็ดลับ

หากยังไม่แน่ใจ ลองสอบ TOEIC ก่อนเพื่อวัดระดับพื้นฐาน หากคะแนนดี (750+) และต้องการเรียนต่อในอนาคต ค่อยพัฒนาทักษะพูดและเขียนเพิ่มเพื่อสอบ TOEFL

สรุป: TOEIC vs TOEFL ควรสอบอันไหน?

เป้าหมายแนะนำ
สมัครงานในบริษัทTOEIC
เลื่อนตำแหน่ง/ปรับเงินเดือนTOEIC
เรียนต่อมหาวิทยาลัยต่างประเทศTOEFL
สมัครทุนการศึกษาTOEFL
วัดระดับภาษาเบื้องต้นTOEIC
พิสูจน์ทักษะครบ 4 ด้านTOEFL
งบประมาณจำกัดTOEIC
ต้องการเรียนต่อ MBATOEFL หรือ TOEIC (บางสถาบัน)

สิ่งสำคัญที่สุดคือ ตรวจสอบความต้องการของเป้าหมายคุณก่อนตัดสินใจ ไม่ว่าจะเป็นบริษัท มหาวิทยาลัย หรือทุนการศึกษา แต่ละแห่งอาจมีเกณฑ์แตกต่างกัน

เตรียมสอบกับ TaleLingo

ไม่ว่าคุณจะเลือกสอบ TOEIC หรือ TOEFL การสร้างรากฐานภาษาอังกฤษที่แข็งแกร่งคือสิ่งสำคัญที่สุด TaleLingo ช่วยให้คุณ:

  • เพิ่มคำศัพท์ - เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ผ่านนิทานสนุกที่ช่วยให้จำได้ง่าย
  • ฝึกทักษะฟัง - ฟังเสียงจาก Native Speaker หลากหลายสำเนียง
  • วัดระดับ CEFR - รู้จุดเริ่มต้นและติดตามความก้าวหน้าของตัวเอง
  • เรียนรู้แบบไม่น่าเบื่อ - ระบบ Gamification ทำให้การเรียนสนุก

เริ่มต้นพัฒนาภาษาอังกฤษวันนี้

ลองใช้ TaleLingo ฟรี และเริ่มต้นเส้นทางสู่การสอบ TOEIC หรือ TOEFL ที่มั่นใจได้!

#toeic#toefl#comparison#test-choice

บทความที่เกี่ยวข้อง

เปรียบเทียบ CEFR B1 vs B2: ต่างกันอย่างไร ควรเริ่มจากอันไหนเปรียบเทียบ
10 มกราคม 2569อ่าน 5 นาที

เปรียบเทียบ CEFR B1 vs B2: ต่างกันอย่างไร ควรเริ่มจากอันไหน

หลายคนที่กำลังเรียนภาษาอังกฤษคงเคยได้ยินคำว่า CEFR กันมาบ้าง และอาจสงสัยว่า ระดับ B1 กับ B2 ต่างกันอย่างไร ควรตั้งเป้าหมายที่ระดับไหน และต้องใช้เวลาเร...

อ่านเพิ่มเติม
IELTS vs TOEIC: สอบอันไหนดี? เปรียบเทียบแบบละเอียดเปรียบเทียบ
1 มีนาคม 2567อ่าน 3 นาที

IELTS vs TOEIC: สอบอันไหนดี? เปรียบเทียบแบบละเอียด

IELTS vs TOEIC: เลือกสอบอันไหนดี? หลายคนสงสัยว่าควรสอบ IELTS หรือ TOEIC ดี? บทความนี้จะเปรียบเทียบทั้งสองการสอบแบบละเอียด เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้ถู...

อ่านเพิ่มเติม
TaleLingoTaleLingo

เก่งอังกฤษผ่านเรื่องราว วิธีเรียนที่สนุกที่สุด

ผลิตภัณฑ์

  • ฟีเจอร์
  • ราคา

บริษัท

  • บทความ

แหล่งข้อมูล

  • คำถาม

กฎหมาย

  • ความเป็นส่วนตัว
  • ข้อตกลง

© 2026 TaleLingo สงวนลิขสิทธิ์